นาวาโฮ เผ่าที่เป็นส่วนหนึ่งของสงครามโลก

นาวาโฮ เผ่าที่เป็นส่วนหนึ่งของสงครามโลก

ชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความแตกต่างที่สำคัญของสหรัฐอเมริกาด้วยเช่นกัน ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้ทำให้วัฒนธรรมอเมริกามีความหลากหลายมากขึ้นแล้ว บางเผ่ายังส่งผลใหญ่หลวงต่อสหรัฐอเมริกาด้วย อย่างเช่น เผ่านาวาโฮ เผ่าที่มีประชากรเยอะมากเผ่าหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าเผ่านี้นับว่าเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญของสงครามโลกครั้งที่สองด้วย

เผ่านาวาโฮ อยู่ที่ไหน

เผ่านาวาโฮ เดิมทีเป็นชนเผ่าที่อาศัยการล่าสัตว์ การทำเกษตรเพื่อยังชีพเป็นหลัก พวกเค้าตั้งรกรากทางด้านอเมริกาเหนือ ไม่เพียงแค่นั้นชนเผ่านาวาโฮยังถูกจัดให้เป็น ชนเผ่ากลุ่มใหญ่ที่สุดด้วยเนื่องจากมีประชากรประมาณ 220,000 คน ถือว่าเป็นอีกชนเผ่าหนึ่งทีมีความน่าสนใจในตัวเองมากทีเดียว

เรื่องราวของชนเผ่า

ตามประวัติศาสตร์ ชนเผ่านี้มีเหตุการณ์สำคัญอยู่ เรื่องราวช่วงแรกพวกเค้าเป็นชนเผ่าที่เดินทางไปตั้งรกรากตรงนั้นตรงนี้มากมาย จนกระทั่งพวกเค้าต้องสู้รบกับชาวสเปน และ ชาวอเมริกันเชื้อสายอังกฤษ ทำให้พวกเค้าถูกบังคับให้ถอยร่นไปอยู่ในหุบเขาโมนูเมนต์ จากเดิมพวกเค้าอาศัยอยู่ในเขตป่าสงวน โชคดีภายหลังเค้าสามารถเลือกกลับมาอาศัยอยู่ในบริเวณเดิมได้ ปัจจุบันเราสามารถพบพวกเค้าได้ในหุบเขาโมนูเมนต์ ตอนนี้แม้ว่าจะล่าสัตว์อยู่แต่น้อยลงแล้ว เนื่องจากพวกเค้าหันมาเลี้ยงแกะมากขึ้น

วัฒนธรรมพื้นเมือง

เผ่านาวาโฮมีวัฒนธรรมพื้นเมืองที่น่าสนใจอยู่สองสามอย่าง หนึ่งเป็นบ้านของพวกเค้าเราเรียกว่า โฮเก้น ลักษณะทำมาจากไม้ตั้งพิงกันจนมีลักษณะเป็นกระโจม แล้วใช้ดินพอกไปรอบตัวบ้าน (ให้ดินทำหน้าที่คล้ายซีเมนต์เพื่อประสานท่อนไม้เข้าด้วยกัน) ใช้ผ้าแทนประตูเปิดปิด สองหัตถกรรมเครื่องเรือน ชนเผ่านี้ใช้หวายมาสานตะกร้าจนถึงเครื่องใช้ในครัวเรือนด้วย ด้านกสิกรรมเค้าเน้นการเลี้ยงแกะ ใครมีแกะเลี้ยงมากนั่นหมายถึงเป็นคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจ ทางสังคมในหมู่บ้าน

รหัสลับสงครามโลก

ชนเผ่านาวาโฮ ได้รับโอกาสสำคัญการเป็นส่วนสำคัญของชัยชนะอเมริกาจากสงครามโลกครั้งที่สอง กล่าวคือหลังเสร็จสิ้นสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง วิธีการนำเอาภาษาพื้นเมืองของอเมริกามาใช้เพื่อเป็นรหัสลับสื่อสารระหว่างรบนั้น ดูจะไม่ปลอดภัยเท่าไรในมุมมองสหรัฐเนื่องจากมีคนเข้ามาศึกษาภาษาพื้นเมืองประเทศอเมริกามากขึ้น ทำให้อเมริกันต้องหาแนวคิดใหม่ จากความต้องการดังกล่าวได้มีนายทหารคนหนึ่งเข้าไปเสนอภาษาจากเผ่านาวาโฮให้กับนายทหารสหรัฐเลือกใช้เป็นรหัสลับติดต่อสื่อสารกัน เนื่องจากภาษาเผ่านาวาโฮนั้นยังไม่เป็นที่รู้จัก หาคนอ่าน เขียน เป็นได้น้อยมาก ยิ่งบวกกับรหัสลับเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ฝ่ายญี่ปุ่นออกมายอมรับภายหลังว่ารหัสลับชุดนี้ไขไม่ออก นี่ถือว่าเป็นเฟืองชิ้นสำคัญของชัยชนะในสงครามสหรัฐเลยก็ว่าได้

แนวคิดทางการเมืองของประเทศอเมริกา

แนวคิดทางการเมืองของประเทศอเมริกา

Politics-of-America

‘ประเทศอเมริกา’ ผ่านการหล่อหลอมมาจากประสบการณ์อันหลากหลายของผู้นำทางการเมือง ซึ่งล้วนมาจากประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์และลักษณะภูมิประเทศทั้งสิ้น

อันมีแนวคิดหลัก 2 ข้อ ได้แก่

  • ประเทศใหม่ สังคมใหม่ ที่มุ่งเน้นให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น
  • วางกฎเกณฑ์ใหม่ในเรื่องต่างประเทศ , เน้นปกป้องสิทธิ-เสรีภาพระหว่างประเทศ ซึ่งมาจากแนวคิดทางการเมืองเดิมของยุโรป แนวความคิดนี้กลายมาเป็นพื้นฐานของระบบการเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา มาจากกลุ่มPuritan ซึ่งอพยพมาอยู่ ณ New England ได้รับแนวคิดมาจากบรรพบุรุษ เช่น John Adams, Thomas Jefferson , Alexander Hamilton เป็นต้น

Politics-America-pic

ระบบสหพันธรัฐ

ระบบนี้สร้างความสัมพันธ์ในการใช้อำนาจกับรัฐบาลกลาง และรัฐบาลมลรัฐ เป็นระบบที่ช่วยประสานความสัมพันธ์ระหว่างรัฐยากจนกับมลรัฐมั่นคั่ง ถือเป็นขั้นตอนปฏิรูปทางการเมือง เนื่องจากรัฐบาลกลางไม่อาจตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ ทำให้รัฐบาลกลางมีหน้าที่กำหนดนโยบายทางการเงิน , ทางทหาร และนโยบายต่างประเทศ ส่วนทางด้านรัฐบาลมลรัฐ มีหน้าที่กำหนดนโยบายทางสังคม อีกทั้งยังสร้างเศรษฐกิจได้ด้วยตนเอง เช่น การศึกษา , เส้นทางคมนาคม ตลอดจนสวัสดิการต่างๆ

รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยแนวคิด 2 ข้อ ได้แก่…

  • วิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีหลายขั้นตอนอีกทั้งยังต้องได้รับเสียงสนับสนุนจำนวนมาก
  • ความแพร่หลายของรัฐธรรมนูญทำได้ง่าย ใช้กันอย่างแพร่หลาย มีผลบังคับใช้โดยมีการรับรองจากสภานิติบัญญัติ

‘สหรัฐอเมริกา’ เป็นสหพันธรัฐที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังสามารถเดินทางมาจนถึงปัจจุบัน เป็นสาธารณรัฐที่ใช้การปกครองแบบรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน ‘โดยการถือเสียงข้างมากจะเป็นเกณฑ์จำกัดโดยสิทธิฝ่ายข้างน้อยซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย’ มีหลักวางระเบียบการปกครอง ด้วยวิธีตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งนิยามตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ สำหรับระบบสหพันธรัฐในอเมริกา พลเมืองจะต้องอยู่ใต้หลักบังคับแห่งขั้นตอนปกครอง 3 ระดับ ได้แก่

  • สหพันธรัฐ
  • รัฐกับท้องถิ่น
  • หน้าที่รัฐบาลท้องถิ่น

ซึ่งมีการแบ่งระหว่างรัฐบาลเทศมณฑล กับองค์การเทศบาล ส่วนข้าราชการฝ่ายบริหารกับนิติบัญญัติ มาจากการเลือกตั้งแบบคะแนนเสียงของพลเมืองแบ่งเขต อีกทั้งยังพบน้อยในระดับล่างกว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้ระบบ 2 พรรคมาเกือบตลอดประวัติศาสตร์ เพื่อตำแหน่งเลือกตั้งเกือบทุกระดับ สำหรับการเลือกตั้งผู้สมัครรอบแรกรัฐจะมีคัดเลือกผู้ที่ได้รับเสนอชื่อจากพรรคการเมืองหลัก เพื่อนำมาเลือกตั้งทั่วไปในเวลาต่อมา โดยเริ่มเลือกตั้งทั่วไปตั้งแต่ปี 1856 โดยพรรคการเมืองหลัก คือ พรรคDemocratic ก่อตั้งในปี 1824 ส่วนพรรคRepublican ก่อตั้งในปี 1854 เริ่มตั้งแต่สมัยสงครามกลางเมืองเป็นต้นมา มีผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีจากพรรคที่ 3 เพียงคนเดียว นั่นคือ อดีตประธานาธิบดี Theodore Roosevelt เขามาจากพรรคก้าวหน้าในปี 1912 และประธานาธิบดีกับรองประธานาธิบดีต้องมาจากการเลือกตั้งผ่านระบบเลือกตั้ง

มารู้จัก อินเดียนแดงเผ่าอินคากันดีกว่า

มารู้จัก อินเดียนแดงเผ่าอินคากันดีกว่า

ดินแดนทวีปอเมริกาในสมัยก่อนจะมีการตั้งประเทศนั้น จะแบ่งการปกครองออกเป็นเผ่าต่างๆ มากมาย ซึ่งแต่ละเผ่าก็มีวัฒนธรรมของตัวเอง ทั้งการแต่งกาย พิธีกรรม ความเชื่อ การแต่งงาน การดำเนินชีวิตของตัวเอง ซึ่งบางเผ่าแม้จะสูญพันธุ์ไปแล้วแต่ร่องรอยที่ทิ้งไว้ก็กลายเป็นแหล่งอารยธรรมอันทรงคุณค่าอย่างมาก เช่น เผ่าอินคาเป็นต้น

เผ่าอินคา เค้าเป็นใคร

แม้ว่าเผ่าอินคาจะไม่มีผู้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน แต่จากซากอารยธรรมที่หลงเหลืออยู่ทำให้เราทราบว่า เผ่านี้นับว่าเป็นเผ่าที่มีอารยธรรมสูงมาก ความสามารถทางสถาปัตยกรรมอยู่ในระดับสุดยอด งานก่อสร้างบางอย่างแม้จะเป็นยุคปัจจุบันก็ยังทำได้ยากมาก เชื่อกันว่า ชนเผ่าอินคาแผ่ขยายอำนาจในเขตพื้นที่ประเทศเปรูในปัจจุบันจนถึงประเทศเอกวาดอร์ ยาวไปถึงตอนใต้ของประเทศโคลอมเบียโน่นเลย

การจัดระเบียบสังคม

เครื่องมือสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ชนเผ่าอินคา ขยายอำนาจไปได้ไกล เป็นปึกแผ่นมั่นคง นั่นคือพวกเค้ามีโครงสร้างสังคมอันแข็งแกร่งมาก เชื่อกันว่าชนเผ่าอินคามีการแบ่งหน้าที่การทำงานอย่างชัดเจนว่าใครทำอะไร กษัตริย์, ผู้นำ, นักรบ, พ่อค้า, ช่างทอผ้า ไปจนถึงเกษตรกร เมื่อทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่แม้จะเป็นระบบชั้นวรรณะแต่มันคือกลไกลสำคัญให้สังคมชนเผ่าขับเคลื่อนไปได้อย่างมั่นคง

แหล่งรวมช่างฝีมือดี

ชนเผ่าอินคาแม้ว่าเราจะรับรู้จากภาพ เรื่องเล่าและสิ่งหลงเหลือจากวัฒนธรรมแต่มันทำให้เราทราบได้ดีเลยว่า ชนเผ่าอินคาเป็นแหล่งรวมช่างฝีมือดีด้างต่างๆอยู่เต็มไปหมด อาทิ ช่างทอผ้า ช่างโลหะ(ทำอาวุธ โล่ เสื้อเกราะ) ช่างตีเหล็ก วิศวกร สถาปนิก และอีกมากมาย นั่นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นวิศวกรรมโยธา ระบบชลประทานในซากเมืองของเค้าด้วย อีกอย่างหนึ่งชนชั้นนำทางปัญญาของพวกเค้าก็เจ๋งด้วย ดูได้จากการเลือกภูมิประเทศตั้งเมือง เป็นภูมิประเทศที่เหมาะสมกับการตั้งเมืองอย่างมาก รุกรับในสงครามก็ได้ หรือ จะเพาะปลูกการเกษตรก็ทำได้ดีอีกเช่นกัน

ซากอารยธรรมแห่งความสงสัย

ชนเผ่าอินคาแม้ว่าจะสูญสิ้นไปกว่าพันปีแต่สิ่งที่หลงเหลือว่ายังสร้างความสงสัยให้กับนักโบราณคดีมาจนถึงทุกวันนี้ นั่นก็คือ เมืองร้าง มาชูปิคชู ซากอารยธรรมบนยอดเขาสูงกว่าสองพันเมตรเหนือน้ำทะเล ครั้งแรกที่นักสำรวจไปพบต่างอึ้งทึ่งตะลึงในความงดงามเป็นระเบียบของเมือง ภายในนั้นมีทั้งอาคารบ้านเรือน ศาสนสถาน และอีกมากมาย สิ่งที่ทำให้เราสงสัยมาถึงทุกวันนี้ก็คือ เค้าสร้างเมืองนี้ขึ้นมาได้อย่างไร ใช้เทคโนโลยีอย่างไรถึงทำได้ หากมองอย่างเป็นกลางในยุคนั้นไม่น่าจะมีเครื่องทุ่นแรงอะไรให้ทำได้ขนาดนี้ หรือ หากมีต้องยอมรับเลยว่าสติปัญญาของผู้สร้างเมืองนี้เข้าขั้นอัจฉริยะทีเดียว น่าเสียดายที่ชนเผ่าอินคาไม่อยู่ ไม่อย่างนั้นเราอาจจะได้เห็นอะไรมากกว่านี้